ถือเจ้ามากกว่าราษฎร
ผู้พิพากษา/ตุลาการที่เป็น “ตัวแทน” ของความเที่ยงธรรม เป็นผู้อำนวยความยุติธรรมให้กับราษฎรนั้น เป็นสิ่งที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกับการสถาปนารัฐสมบูรณา­ญาสิทธิราชย์โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนหน้านั้นแม้ว่าสยามจะมีกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายตราสามดวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้ชำระจากกฎหมายเก่าที่มีมาแต่ครั้งโบราณ ทว่าวิธีการไต่สวนจำเลยตามระบบจารีตนครบาลก็มิได้มีความ “ศิวิไลซ์” แต่อย่างใด ยังมีการลงโทษด้วยการทารุณกรรมในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งระบบศาลก็แยกย่อยไปอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ มีผู้นับประเภทได้ถึง 14 ศาลด้วยกัน มิพักต้องกล่าวถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ที่เป้าหมายในการทำงานหาใช่เพื่อผดุงความยุติธรรมไม่ ดังที่บาทหลวงปัลเลอกัวซ์ ประมุขมิสซังสยามตะวันออก (2384-2405) ได้บันทึกไว้ว่า “ทางที่ดีที่สุดที่จะชนะคดีก็คือสัญญาว่าจะให้เงินก้อนใหญ่แก่ข้าราชการผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของท่าน” ด้วยระบบการพิจารณาคดีแบบบ้านป่าเมืองเถื่อนเยี่ยงนี้ การยื่นเงื่อนไขเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของชาติมหาอำนาจซึ่งสอดแทรกเข้ามาในการทำสนธิสัญญาการค้ากับสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมิใช่เรื่องที่ควรต้องแปลกใจแต่อย่างใด

ข้อมูลหนังสือ