“ความหมายชีวิตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” นี่อาจจะเป็นข้อเสนอของซูซาน วูล์ฟ (Susan Wolf) ที่ผู้อ่านคันปากอยากถกเถียง หลายๆ คนอาจมองว่าความหมายชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของการตามหาและทำตามความหลงใหล (passion) บางคนอาจจะถามว่า “ถ้าฉันชอบวาดภาพ การวาดภาพสัปดาห์ละชั่วโมงทำให้ฉันมีความสุข ชีวิตฉันก็มีความหมายแล้วไม่ใช่หรือ”

วูล์ฟเห็นด้วยว่า ความหลงใหลเป็นส่วนสำคัญของความหมายชีวิต ชีวิตที่ขาดความหลงใหลคือชีวิตที่ขาดความหมาย แต่ความหลงใหลอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย

การไม่สามารถทำตามความหลงใหลได้จะหักอกคุณ หากคุณเติบโตในสังคมที่กล่อมเกลาให้คุณเชื่อว่า “การวาดภาพเป็นอภิสิทธิ์ของคนมีเงิน คนจนอย่างฉันควรเอาเวลาไปหางานพิเศษช่วยพ่อแม่หาเงิน” ก็เท่ากับสังคมสอนให้คุณอกหัก ให้ชีวิตคุณขาดความหมาย

ความหมายชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด

วูล์ฟยังเสนออีกว่า การที่คุณมีความหลงใหลและทำตามความหลงใหลได้ ไม่ได้แปลว่าชีวิตของคุณมีความหมาย คุณอาจถูกเลี้ยงดูกล่อมเกลาจนมีความหลงใหลที่จะปรนนิบัติรับใช้สามี ยอมให้เขาทุบตีระบายอารมณ์ ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่คงไม่อยากยอมรับว่าการทำตามความหลงใหลแบบนี้เพิ่มความหมายให้ชีวิต

ข้อมูลหนังสือ