ในช่วงปลายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของทักษิณ ชินวัตร  ดันแคน  แมคคาร์โก (Duncan  McCargo) ได้เสนอแนวคิดเรื่อง “เครือข่ายสถาบันกษัตริย์” (networkmonarchy) เพื่ออธิบายระเบียบการเมืองไทยร่วมสมัยที่การปกครองแบบเครือข่ายของชนชั้นนำ ซึ่งดำรงอยู่คู่ขนานไปกับการเมืองแบบเลือกตั้ง  ได้ปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย  ดูเป็นเสรีนิยมมากขึ้นและแทรกแซงการเมืองอย่างโจ่งแจ้งโดยตรงน้อยลง  หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า  ระเบียบการเมืองไทยได้พ้นยุคสมัยของการใช้อำนาจดิบแบบรัฐประหาร  และกลไกล้าสมัยของข้าราชการไปแล้ว  นับจากแนวคิดเรื่อง  network monarchy ก็ได้รับความนิยมและโดดเด่นมากในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองของไทยเรื่อยมา

อย่างไรก็ดี แมคคาร์โกเสนอแนวคิดนี้ก่อนจะเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 กระบวนการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง แม้จะทำให้เราแลเห็น network monarchy ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็นำไปสู่การตั้งคำถามต่อแนวคิดดังกล่าวของแมคคาร์โกเช่นกัน ว่าไม่น่าจะนำไปใช้อธิบายความเป็นจริงทางการเมืองของไทยซึ่งตกอยู่ในระบอบเผด็จการแบบเต็มรูปสลับซ่อนรูปมาเกือบทศวรรษแล้วได้

การพยายามในการถกเถียงกับกรอบแนวคิดเก่าแล้วเสนอแนวคิดใหม่ในการอธิบายระบอบการเมืองและเผด็จการไทยนั้น นำไปสู่งานศึกษาหลายชิ้นที่ปรากฏในวารสาร Journal of Contemporary Asia ( vol. 46, no. 3, 2016) ฉบับพิเศษว่าด้วยเรื่อง “Military, Monarchy and Repression : Assessing Thailand’s Authoritarian Turn”

หนึ่งในงานศึกษาชุดดังกล่าว ได้แก่ บทความเรื่อง “Thailand’s Deep State, Royal Power and the Constitutional Court ( 1997-2015)” ของเออเจนี เมริโอ (Eugénie Mérieau) ซึ่ง ฟ้าเดียวกัน ได้คัดเลือกนำมาแปลไว้ ณ ที่นี้ในชื่อ “รัฐเร้นลึกในไทย พระราชอำนาจ และศาลรัฐธรรมนูญ (พ.ศ. 2540-2558)” งานของเมริโอพยายามทำความเข้าใจการเมืองไทยโดยใช้แนวคิด “deep state” หรือ “รัฐเร้นลึก” ผ่านการศึกษาบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในบริบทของการเปลี่ยนผ่านแหล่งอ้างอิงความชอบธรรมที่เป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข “รัฐเร้นลึก” คืออะไร และจะสามารถนำมาใช้ทำความเข้าใจระบบระเบียบการเมืองไทยได้ดีกว่าแนวคิดอื่นแค่ไหน ก็ต้องพิจารณากัน

ไม่เพียงแต่รัฐเร้นลึกเท่านั้น บางครั้งเรื่องที่ถือกันว่าเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ” เช่นเรื่องพระราชอำนาจยับยั้งร่างพระราชบัญญัติ ก็อาจจะเป็นเพียงสิ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นภายใต้บรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน ดังที่ปูนเทพ ศิรินุพงศ์ ได้ชี้ไว้ในบทความ “ธรรมเนียม (ไม่เคย) ปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญว่าด้วยพระราชอำนาจยับยั้งร่างพระราชบัญญัติ : ข้อโต้แย้ง ‘จินตนาการ’ ในคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยกระแสหลัก” เช่นเดียวกับการสร้างความหวาดหวั่นโดยรัฐและสังคมต่อกรณีมาตรา 112 ที่นพพล อาชามาส ได้ศึกษาเรื่องการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ไว้ด้วย แน่นอนว่าการจะทำความเข้าใจการเมืองไทยไม่สามารถที่มองแต่ประเทศไทยอย่างเดียว “กรอบการเปรียบเทียบ” งานเขียนชิ้นสุดท้ายของเบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน ที่เกษียร เตชะพีระ แปล ได้จับเอาการเมืองวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ มาเปรียบให้ให้เห็นความเหมือนและความต่าง ก็เป็นเครื่องมืออย่างดีที่ทำให้เราเข้าใจการเมืองไทยมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ฟ้าเดียวกัน ในฐานะที่เป็นพื้นที่แห่งการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ ขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณา

ข้อมูลหนังสือ

  • ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 14 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน พ.ศ.2559
  • ผู้เขียน: ฟ้าเดียวกัน
  • สำนักพิมพ์: ฟ้าเดียวกัน
  • พิมพ์ครั้งที่ 1 — มิถุนายน 2559
  • ISBN: 9786167667485