ในปี ค.ศ.1963 หลังจากการศึกษาจากวิทยาลัยธุรกิจมาหมาดๆ ฟิล ไนต์ ขอยืมเงินห้าสิบดอลล่าร์สหรัฐจากพ่อของเขา เพื่อตั้งบริษัทซึ่งมีภารกิจง่ายๆ เพียงอย่างเดียว คือ นำเข้ารองเท้าวิ่งคุณภาพสูงในราคาย่อมเยาจากประเทศญี่ปุ่น ไนต์ทำเงินได้แปดพันดอลล่าร์ในปีแรกที่เริ่มทำธุรกิจจากการขายรองเท้าบนรถยนต์พลีมัธ แวเลียนต์ของเขา ทุกวันนี้ยอดขายประจำปีของไนกี้มีมูลค่ากว่าสามหมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในยุคแห่งธุรกิจสตาร์ตอัพนี้ ไนกี้ของไนต์ถือเป็นมาตรฐานชั้นเลิศ และเครื่องหมายสวูชถือเป็นหนึ่งในสัญญาลักษณ์ที่คนทั่วโลกจดจำได้ทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ไนต์เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงอันน่าหวาดเสียวทั้งหลายที่เขาพบเจอในระหว่างทาง อุปสรรคที่โถมปะทะ คู่แข่งที่ไร้ความปราณี บรรดาผู้ที่กังขาและเกลียดชัง และนายธนาคารผู้เป็นปรปักษ์ รวมถึงชัยชนะอันน่าปลาบปลื่ม และการรอดอย่างหวุดหวิดหลายครั้งหลายครา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเล่าถึงความสัมพันธ์อันสำคัญระหว่างตัวเขากับบิลล์ บาวเวอร์แมน อดีตโค้ชกรีฑาขี้หงุดหงิดผู้เปี่ยมเสน่ห์ของเขา รวมถึงกับพนักงานคนแรกๆ ผู้แปลกแยกและสูงด้วยทักษะที่บุคลิกฉีกไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งกลายมาเป็นพี่น้องผู้คลั่งไคล้สวูชอย่างรวดเร็ว ในการรวมตัวที่เหนี่ยวนำพลังขับเคลื่อนของวิสัยทัศน์อันห้าวหาญ และความเชื่อร่วมกันที่มีต่ออำนาจแห่งการไถ่ถอนและการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ของโลกกีฬา พวกเขาได้สร้างแบรนด์และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ฟิล ไนต์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไนกี้ เป็นหนึ่งในผู้บริหารธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุด เขาทำงานเป็นซีอีโอกับบริษัทมาตั้งแต่ปี 1964 จนถึงปี 2004 และยังคงทำงานจนถึงทุกวันนี้ในฐานะประธานกรรมการบริหาร ปัจจุบันไนต์อาศัยอยู่กับเพนนี ภรรยา ที่รัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลหนังสือ