“ไม่มีศาสนาในการเมือง และไม่มีการเมืองในศาสนา” เป็นแนวคิดที่อยู่นอกกรอบของศาสนาอิสลาม สำหรับศาสนาอิสลามแล้ว การเมืองไม่เคยถูกแยกออกจากศาสนา ท่านนบีมูฮัมมัดนอกจากเป็นศาสดาองค์สุดท้ายแล้ว ท่านยังเป็นผู้ปกครองคนแรกของรัฐอิสลามแห่งมาดีนะห์อีกด้วย และที่น่าสนใจกว่านั้น รัฐอิสลามแห่งมาดีนะห์ถูกสถาปนาขึ้นบนพื้นฐานพลเมืองส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่มุสลิม...

แสดงให้เห็นว่าการเมืองการปกครองในอิสลามนั้นมีลักษณะเป็นสากลที่ยังประโยชน์แก่ทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และสีผิว การเมืองการปกครองในอิสลาม ไม่ใช่เรื่องอุดมคติแต่เป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจริงที่เกิดขึ้นในยุคสมัยการปกครองของท่านนบีมูฮัมมัด ต่อด้วยบรรดาเคาะลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรมทั้งสี่ และได้สานต่อโดยบรรดาเคาะลีฟะฮ์ในราชวงศ์ต่างๆ แห่งราชอาณาจักรอิสลาม

— ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มูหัมมัดรอฟลี แวหะมะ คณะบดีวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

การทำความเข้าใจอิสลามทั้งในแง่มุมที่เป็นศาสนา-วัฒนธรรม และปารกฏการณ์การเมืองอย่างลุ่มลึกผ่านงานศึกษาทางวิชาการ จึงอาจช่วยให้เราเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นและมีทัศนคติที่เหมาะสมมากกว่าการทำความเข้าใจอิสลามกับการเมืองอย่างง่ายๆ ผ่านสื่อแขนงต่างๆ ที่แพร่หลายอย่างกว้างขวางในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อิสลามกำลังถูกมองจากผู้คนบางส่วนว่าเป็นภัยคุกคามต่อแนวคิดเสรีประชาธิปไตย

— ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อมูลหนังสือ