เป็นที่รับรู้กันว่าชิ้นงานอันโดดเด่นเป็นเสมือนอัญมณีเม็ดงามแห่งยอดมงกุฎนวนิยายในยุค ‘รุ่งอรุณแห่งวรรณกรรมไทย’ ในช่วงสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นั้น ไม่อาจหมายถึงหนังสือเล่มใดไปได้ นอกจาก ‘ละครแห่งชีวิต’ ของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง ‘ละครแห่งชีวิต’ ตีพิมพ์ครั้งแรกสองพันเล่ม เมื่อพุทธศักราช 2472

ภายใต้การอุปภัมภ์เงินทุนจากกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ด้วยรูปเล่มขนาด 16 หน้ายก ความหนา 556 หน้า ปกแข็ง เย็บกี่ หุ้มแพรปั๊มทอง โดยมีปกนอกพิมพ์สอดสีบนกระดาษอารต์สำหรับหุ้มอีกชั้น หรือที่เรียกกันว่าแจ็กเก็ต ภาพเขียนทั้งปกนอกและปกในเป็นฝีมือของจำนงค์ รอดอริ จิตรกรชื่อดังแห่งยุค ตั้งราคาขายเล่มละ 3.50 บาท ซึ่งถือว่าแพงกว่าราคาหนังสือทั่วไปถึงสิบเท่า!

กระนั้นกลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง จนต้องตีพิมพ์ซ้ำสอง เพื่อสนองผู้หาซื้อไม่ทันอีกครั้งในปีเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่าประเทศสยามในยามนั้น มีประชากรอยู่สิบเอ็ดล้านห้าแสน หนำซ้ำอัตราคนรู้หนังสือมีไม่เกินร้อยละ 30 อย่าว่าแต่ระบบร้านค้าหนังสือเช่นปัจจุบันยังไม่เกิด เช่นนี้แล้ว เมื่อบวกรวมเงื่อนไขที่ไม่เอื้อทุกกรณีเข้าด้วยกัน ยิ่งยืนยันว่ายอดจำหน่ายของ ‘ละครแห่งชีวิต’ หาใช่เป็นเพียง ‘หนังสืออ่านเล่น’ เล่มแรกที่ทั้งแพงสุดและขายดีที่สุดในสยาม

ตามที่ปรากฏข้อความแจ้งข่าวการพิมพ์ครั้งที่สองในหนังสือ ‘สุภาพบุรุษ’ รายปักษ์ฉบับหนึ่งปีนั้น ว่า “เป็นหนังสือเล่มแรกที่มีราคาขายสูงและขายได้ดีที่สุด มีผู้นิยมมากหลาย ผู้แต่งได้รับจดหมายชมเชยกว่าสองร้อยฉบับจากผู้ที่มีชื่อเสียง และสุภาพบุรุษและสตรีทั่วพระราชอาณาจักรสยาม รวมทั้งพระบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ จินตกวีเลิศของชาวเรา” หากควรนับเป็น ‘ปรากฏการณ์’ ครั้งสำคัญเลยทีเดียว กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ‘ศรีบูรพา’ ในฐานะกัลยาณมิตร ผู้เคย ‘คลั่งหนังสือ’ มาด้วยกัน

เมื่อสมัยเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ได้ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ไว้ในบทรำลึกอาลัย หลังทราบข่าวมิตรเก่าจากไปในเดือนพฤษภาคม 2475 ว่าเป็น “เรื่องที่แต่งด้วยหัวคิดของท่านเองทั้งสิ้น ไม่ได้แปลหรือแปลงจากเรื่องฝรั่ง เป็น Original Work อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง” ทั้งยังเป็น “เรื่องเศร้าที่เป็นรสใหม่ของตลาดหนังสือเมืองไทย” คำว่า ‘รสใหม่’ ในที่นี้ เกี่ยวพันกับ ‘ละครแห่งชีวิต’ โดยตรง ด้วยก่อนหน้านั้น ไม่ปรากฏหนังสืออ่านเล่นหรือเรื่องเริงรมย์ของนักประพันธสยามท่านใดเคยใช้ฉากต่างแดนมาก่อน

นวนิยายของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิงเรื่องนี้ ไม่เพียงเร้าความสนใจใคร่รู้ของผู้อ่านที่มีต่อโลกว้างอย่างเห็นผล หากยังส่งอิทธิพลต่อนักประพันธ์อีกหลายท่านให้หันมาผลิตนวนิยายโดยใช้ฉากต่างประเทศเช่นกัน อาทิ ในกรณี ‘ศรีบูรพา’ กับ ‘ข้างหลังภาพ’, สด กูรมะโรหิต กับ ‘ปักกิ่งนครแห่งความหลัง’, ‘วิไล วัชรวัต’ (นามแฝงวิลาศ มณีวัต) กับ ‘ความรักไม่มีพรมแดน’ หรือ ‘เสนีย์ เสาวพงศ์ กับ ‘ความรักของของวัลยา’ ฯลฯ ดังนั้นจึงพูดได้ว่า ‘ละครแห่งชีวิต’ เป็น ‘ต้นแบบนวนิยายต่างแดน’ โดยแท้

ไม่แต่เท่านั้น ด้วยความที่ตัวเรื่องมีลักษณะเป็นอัตชีวิตของตัวละครเอก เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งยังเยาว์เรื่อยมาจนถูกชะตากำหนด ให้ไปเล่าเรียนต่อประเทศอังกฤษ แต่ชีวิตพลิกผันหันเหไปเป็นนักหนังสือพิมพ์ มีโอกาสท่องไปทั่วยุโรป ก่อนย้ายไปเรียนหนังสือในอเมริกา ทว่าประสบปัญหาเกี่ยวกับดวงตาจนถึงขั้นผ่าตัด ในที่สุดจึงกลับคืนมาตุภูมิเมื่ออายุยี่สิบแปด โดยไม่มีปริญญาติดมือ กล่าวอีกแบบก็คือ เรื่องราวซึ่งเสมือนทาบทับไปกับเส้นทางชีวิตผู้ประพันธ์ชนิดเรียกได้ว่าแทบจะเป็นก้าวต่อก้าว

แม้แง่หนึ่งจะอุดมสมบูรณ์ด้วยความสมจริง เนื่องเพราะผลิงอกออกมาจากประสบการณ์ตรง ทว่าอีกด้านก็ทำให้ผู้อ่านพานเข้าใจ ว่าทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องจริง กระทั่งพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ญาติผู้พี่ผู้น้องของผู้นิพนธ์ยังอดรนทนไม่ไหวต่อความเชื่อนั้น ถึงขั้นลงแรงเขียนความในใจตีพิมพ์ใน ‘สามัคคีสาร’ เดือนกันยายน 2473 ว่า “ผู้แต่งอยากจะ ‘อวดฉลาด’ มากเกินไปหน่อย” ที่หวังสร้างสรรค์ผลงานแปลกใหม่ แต่กลับก่อความสับสนแก่ผู้อ่านว่าแท้แล้ว เป็นเรื่องจริงหรือสมมุติ

พูดสั้นๆ คงต้องว่าผู้มีใจฝักใฝ่ทางอักษรศาสตร์เช่นพระองค์เจ้าจุลฯ ยังมิอาจยอมรับได้กับความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันของเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง “หนังสือเป็นได้แต่เรื่องจริงหรือเรื่องสมมุติ จะเป็นทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันไม่ได้”

แม้จะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การวิจารณ์เชิงวิพากษ์หนนี้ อาจเป็นผลมาแต่ปมแผลในใจ เนื่องด้วยหม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ พระเชษฐภคนีของหม่อมเจ้าอากาศฯเคยเป็นพระมารดาเลี้ยงของพระองคเจ้าจุลฯมาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงกระนั้นกรณีดังกล่าวก็ถือเป็นการเปิดศักราชการวิจารณ์วรรณกรรมขึ้นครั้งแรกในบ้านเรา

ยังไม่พูดถึงว่า ผลแห่งการอ่านนวนิยายเรื่องนี้นี่เองที่ทำให้ใครมากคนกลายมาเป็นนักเขียนนักหนังสือพิมพ์รุ่นแล้วรุ่นเล่า ยิ่งพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า ‘ละครแห่งชีวิต’ เป็นนวนิยายเรื่องแรกของนักประพันธ์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งสร้าง สรรค์มันออกมาในวัยเพียงยีสิบสี่ปีด้วยแล้ว มีแต่ต้องยิ่งชื่นชมคารวะสถานเดียว!

ข้อมูลหนังสือ