...ในตอนรุ่งอรุณ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาจากความหนาวรุนแรง แต่เปลือกตายังคงปิดสนิท ความปิติเบิกบานใจไหลวนท้นอยู่ในอก ส่วนความรู้สึกเร่าร้อนนั้นเติมเต็มผมจากภายใน และขังผมแน่นสนิทจากภายนอก ทำไมถึงเป็นเช่นนี้นะ ผมสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุแห่งความเครียดแปลกประหลาดนี้ แต่ความง่วงเหงาหาวนอนที่ลอยตัวอ้อยอิ่งไม่รู้จักหยุดจักหย่อนในส่วนลึกของศีรษะและชอนไชไปทุกซอกทุกมุมของร่างกายได้กีดขวางความคิดของผม ผมหรี่ตาขึ้นเล็กน้อย จ้องมองนิ้วมือของตัวเองในอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งเปี่ยมด้วยพลังรัศมีที่แจ่มชัดกว่าทุกเช้า บาดแผลเปิดอ้า เห็นเนื้อสีชมพูอ่อนนุ่ม ผมนึกถึงปลายลิ้นของเด็กหญิงที่ไวต่อความรู้สึกและตวัดไปมาอย่างรวดเร็วราวนกพิราบสัมผัสบาดแผลผมซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง และยังทำให้บาดแผลชุ่มชื้นด้วยน้ำลายเหนียวๆ ความรักพลันพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายจนถึงปลายนิ้วราวกับน้ำเดือด หลังจากสั่นสะท้านด้วยความพอใจ ผมก็ขดตัวพยายามที่จะแช่ตนเองลงไปในก้นบึ้งแห่งการหลับใหลอีกครั้ง....

เคนซาบุโระ โอเอะ (Kenzaburo Oe) นักเขียนญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เมื่อปี 1994 เขียนเรื่อง “ฆ่ามันซะ! อย่าให้มันโต” (Nip the Buds, Shoot the Kids) จากความทรงจำในวัยเยาว์ของเขาที่มีต่อสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อตีแผ่ประสบการณ์ที่เลวร้ายของเด็กๆ เมื่อเผชิญกับภาวะสงคราม

ถ้อยคำของ โอเอะ ทำให้ความรู้สึกกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ และทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของ "พลังภาษา"

ข้อมูลหนังสือ