เคยคิดกันบ้างไหมครับว่า เราเคยยินชื่อของตาลุงเครายาวๆ นามว่า 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' กันมาตั้งแต่เมื่อไร บางคนอาจตอบว่า ตั้งแต่สมัยดูสารคดีสัตว์โลกล้านปีครั้งแรก เมื่อตอนประถม บางคนอาจตอบว่า จำได้ลางๆ หรือคุณครูเคยพูดผ่านๆ ตอน ม.ต้น บางคนอาจเถียงว่า จะพูดถึงลุงแกอีกทำไม "มันล้าสมัยไปแล้ว" บางคนอาจต่อท้ายว่า ความคิดของลุงแกนำไปสู่ "การเหยียดเชื้อชาติ เหยียดผู้คน"

แต่จะมีใครสักคนที่ได้รับรู้ถึงมุมมองและชีวิตของ (ลุง) 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' นักวิทยาศาสตร์นามอุโฆษผู้นี้อย่างครอบคลุมและจริงจัง

หนังสือเล่มเล็กๆ ที่กำลังถือกันอยู่นี้ อาจมิใช่หนังสือที่ทำให้เข้าใจหรือบรรลุเกี่ยวกับแนวคิด "วิวัฒนาการ" อันลือชื่อของชาร์ลส์ ดาร์วิน อย่างที่เข้าใจ แต่เป็นหนังสือที่ทำให้เห็นเบื้องหลังชีวิต และมุมมองต่อโลกและชีวิตของบุคคลที่เป็นมากกว่านักวิทยาศาสตร์ผู้นี้

'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' จงใจเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อให้บรรดาลูกๆ อ่าน แต่แล้วเมื่อเขาสิ้นชีวิต ฟรานซิส ดาร์วิน ลูกชายก็ได้นำหนังสือเล่มนี้มาขัดเกลา เรียบเรียง และจัดพิมพ์เผยแพร่โดยทั่วไป

"การเขียนให้ลูกอ่าน" จึงเป็นเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้มากกว่าการถ่ายทอดความคิดและผลงานของ 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' และทำให้หนังสือเล่มนี้มีความอยู่เหนือกาลเวลา เพราะมุมมองและการใช้ชีวิต รวมถึงการมองโลกของดาร์วิน สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทุกยุคสมัย ความช่างสังเกตสำคัญกับวิทยาศาสตร์เช่นไร วินัยและความขยันก็สำคัญกับชีวิตเช่นนั้น

ชีวิตของดาร์วิน ได้แสดงให้เห็นถึงคนที่ล้มเหลวแต่สามารถหาหนทางในชีวิตจนประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำของโลกได้

เช่นเดียวกัน หนังสือเล่มนี้ยังเปรียบเสมือน 'ทนาย' ที่แก้ต่างความเข้าใจผิดต่อดาร์วินด้วย เพราะแม้แนวคิดของเขาจะถูกเข้าใจและถูกนำไปสู่ "การเหยียดเชื้อชาติ" หากแต่ตลอดชีวิตของลุงเครางามผู้นี้ได้แสดงให้เห็น "การต่อต้านการค้าทาสและระบบทาส" จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

แม้แนวคิดของดาร์วินจะได้รับการต่อยอด โต้แย้ง โต้เถียงไปสักเพียงใดในปัจจุบัน แต่แรงบันดาลใจและการสร้างสรรค์ของดาร์วินก็ควรค่าแก่การับรู้ของคนรุ่นหลัง หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเรื่องของ "แรงดันดาลใจ" และ "การสร้างสรรค์" มากกว่า "ประวัติศาสตร์" และ "วิทยาศาสตร์"

ข้อมูลหนังสือ