ปี ค.ศ. 1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งลุกลามจากยุโรปมาเอเชียไปจนถึงอเมริกา และยืดเยื้ออยู่นานกว่า 6 ปี ปิดฉากลงพร้อมกับความพ่ายแพ้ของฝ่ายอักษะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการแห่งพรรคนาซีไม่อาจทนต่อความอัปยศ เขาส่งมอบอำนาจทั้งปวงให้กับนายทหารคนสนิทพร้อมกับคำกล่าวสุดท้าย จงเกลียดชังยิวที่เป็นต้นเหตุให้มหาอาณาจักรพันปีต้องล่มสลาย ก่อนปลิดชีพตัวเองในบังเกอร์ เหลือทิ้งไว้เพียงความชั่วช้าผิดมนุษย์ที่เขาและเหล่าผู้จงรักภักดีได้ร่วมกระทำ ไม่กี่เดือนหลังสงครามสิ้นสุด ฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งสี่ประเทศอันได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศสและรัสเซียแบ่งเยอรมนีออกเป็นสี่ส่วน และตั้งศาลอาชญากรสงครามระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาพิพากษาความผิดของผู้นำระดับสูง นักวิทยาศาสตร์และแพทย์นาซี วิเวียน ซปิตซ์ ผู้เขียนซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง 22 ปี ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่บันทึกการพิจารณาคดีของนายแพทย์นาซี 23 คน ผู้ยอมให้มือของตนเปื้อนเลือดประชาชนผู้บริสุทธิ์ และรับใช้นาซีด้วยความสัตย์ซื่อ ในศาลอาชญากรสงครามนูเรมเบิร์ก ภายใต้เขตอำนาจของสหรัฐ แพทย์เหล่านั้นมิใช่ถูกบังคับข่มขู่ แต่เป็นการกระหายใคร่รู้ในผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์โดยไม่มีเหตุผล ไม่คำนึงถึงศีลธรรมและไร้ซึ่งจรรยาบรรณ เมื่อคำพิพากษาหนึ่งเดียวสำหรับนักโทษชาวเยอรมัน เชลยชาวยิว โปแลนด์ เชค รัสเซียฯลฯ คือ "ไร้ค่า" แพทย์ในคราบสัตว์กระหายเลือดเฝ้ารอคำสั่งจากท่านผู้นำให้ใช้นักโทษ "ทดลอง" เพื่อความรุ่งเรืองของเยอรมนี มีผู้เสียชีวิตในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั้งชาวยิวและชาติอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนั้นมีนักโทษเสียชีวิตจากการทดลองจำนวนมาก เช่น การทดลองปลูกถ่ายอวัยวะ โดยการผ่าตัดร่างกายของนักโทษคนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนถ่ายให้กับอีกคน, การทดลองแช่แข็ง โดยให้นักโทษลงไปแช่ในอ่างน้ำแข็งนานกว่าสามชั่วโมง การทดลองทำหมันโดยฉายรังสี, การทดลองฉีดยาพิษ เพื่อทดสอบว่าจะใช้เวลานานเพียงใดในการปลิดชีพนักโทษ ฯลฯ

ข้อมูลหนังสือ