การก่อรูปของทฤษฎีสมบูรณาญาสิทธิราชย์ส่งผลสำคัญต่อแนวคิดทางการเมืองหลายประการ..นักเทววิทยามองภาพพระเจ้าใหม่โดยมองว่าความยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความลี้ลับ...พระมหากษัตริย์กลายเป็นผู้ทรงพระฉายของพระเจ้ากล่าวคือมีพระราชอำนาจที่ลี้ลับและเป็นผู้ที่เข้าใจการปกปิดความลับทางการเมือง (arcana imperii) ขณะที่พสกนิกรนั้นเป็นผู้โง่เขลาเบาปัญญาและมีสายตาคับแคบ ทั้งนี้ข้อถกเถียงที่นักคิดทางการเมืองที่กล่าวมาข้างต้น มีส่วนทำให้แนวคิดเรื่องความลับมีความสำคัญต่อทฤษฎีสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ความลับจึงกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการปกครองที่งดงาม มีระบบระเบียบ มีเสถียรภาพ และสะท้อนพระมหิทธานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า

หลักคิดสมบูรณาญาสิทธราชในศตวรรษที่ 17 ได้รับเอาชุดความคิดทางเทววิทยาคริสต์ศาสนากลับเข้ามาสู่หลักคิดและภาษาทางการเมือง ปราชญ์ และผู้ปกครองได้ดึงเอาความลี้ลับในเทววิทยามาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการปกปิดในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งได้สร้างรัศมีของผู้ปกครองว่าเป็นผู้ใกล้ชิดพระเจ้า จึงมีการขับเน้นลักษณะบางประการที่ใกล้เคียงพระลักษณะและพระมหิทธานุภาพของพระเจ้าตามหลักเทววิทยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งความลี้ลับและการซ่อนเร้น ความลับจึงมีลักษณะของความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้ชัดเจนมากขึ้นในความพยายามของกษัตริย์ที่ยึดถือหลักสมบูรณาญาสิทธิราชหลายพระองค์ในการสร้างรัศมีดังกล่าว

ข้อมูลหนังสือ

  • ประวัติศาสตร์ความลับ
  • ผู้เขียน: วิศรุต พึ่งสุนทร
  • สำนักพิมพ์: Illuminations Editions
  • จำนวนหน้า: 224 หน้า ปกอ่อน
  • พิมพ์ครั้งที่ 1 — มกราคม 2561
  • ISBN: 9786169313816