หลังจากประสบความสำเร็จจาก “โลลิต้า” (1955) วลาดิเมียร์ นาโบคอฟ ได้เขียนนวนิยายเล่มสำคัญอีกเล่มหนึ่งคือ “พนิน” (1957) บอกเล่าชีวิตของศาสตราจารย์พลัดถิ่นชาวรัสเซียชื่อ ‘พนิน’ ผู้มีบุคลิกลักษณะเฉพาะที่เรี่ยกว่า ‘พนินเนี่ยน’ และด้วยสถานะของคนชายขอบที่ไม่อาจอยู่ในรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ไม่เป็นส่วนหนึ่งกับอเมริกา ทำให้เรื่องของพนินมีทั้งความทุกข์เศร้าอันแสนโดดเดี่ยว อารมณ์ขมขื่น และการโหยหาอดีตอันคุ้นเคยและแสนสุขที่ไม่อาจหวนกลับ

วลาดิเมียร์ นาโบคอฟใช้กลวิธีการเล่าแบบบุคคลที่หนึ่งซึ่งไม่มีตัวตน เล่นกับภาษาอย่างสลับซับซ้อนหลายภาษา บทพรรณนาให้ภาพพจน์อย่างมหัศจรรย์ และใช้สัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง บางครั้งนำเสนอความจริงกับความฝันผ่านช่วงเวลาที่ไร้เส้นแบ่ง ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับประสบการณ์ของคนพลัดถิ่นที่พยายามสร้างอัตลักษณ์อันแหว่งวิ่นของตนผ่านเรื่องเล่า อาจกล่าวได้ว่ากลวิธีการเล่าดังกล่าวทำให้ “พนิน” เป็นหมุดหมายหนึ่งของวรรณกรรมแนวหลังสมัยใหม่

ข้อมูลหนังสือ