“ไม่มีงานเขียนอื่นชิ้นใดของโกโกลที่จะอัดแน่นความตลกไว้มากเท่า ‘บันทึกของคนบ้า’ และกระนั้นก็ยังเป็นงานโศกนาฏกรรมที่รันทดยิ่ง”

หลังเหตุการณ์ตุลาคม 2519 งานวรรณกรรมเหมือนเป็นหนทางหนึ่งของการหลบหนีจากโลกแห่งความจริงทางการเมือง งานแนวทดลอง งานเชิงสัญลักษณ์ เป็นทางเลือกของการเขียนและการอ่าน ส่วนงานวรรณกรรมแปลก็ยังคงต่อยอดจากแนวเพื่อชีวิตและอุดมคติ นักอ่านจะรู้จักชื่อของ สิทธิชัย แสงกระจ่าง จากการแปลงานวรรณกรรมของนักเขียนรัสเซียระดับโลก เช่น ลีโอ ตอลสตอย ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟกสี้ รวมทั้ง นิโคไล โกโกล ซึ่งมีแนวการเขียนที่แตกต่างจากนักเขียนแนวเพื่อชีวิตร่วมสมัย ด้วยการเขียนแบบเหนือจริง เป็นงานสัญลักษณ์ ที่เต็มไปด้วยการเสียดเย้ยสังคมที่เต็มไปด้วยความกดขี่ทางชนชั้น

ช่วงที่โกโกลเขียน “บันทึกของคนบ้า” ขึ้น เป็นช่วงที่เขาสนใจอย่างมากต่อเรื่องราวของการเป็นบ้า และได้แสดงความเข้าใจในพัฒนาการของการเป็นบ้านั้นออกมาในรูปของบันทึก โดยใช้ฉากวิถีชีวิตเหลวไหลของเซนต์ปีเตอร์สเบร์กผูกโยงเข้ากับเรื่องราวขัดแย้งจนเกิดการวุ่นวายขึ้นทั่วประเทศในปัญหาการสืบราชบัลลังก์ของสเปน ซึ่งเป็นกรณีใหญ่โตเท่าๆ กับการปฏิวัติใหญ่เดือนกรกฎาคมของฝรั่งเศส แล้วนำตัวละคอนของเขาไปสู่ความเชื่อว่าตัวเองเป็นกษัตริย์ผู้ซึ่งชาวสเปนทั้งประเทศกำลังค้นหาอยู่ บันทึกของคนบ้า จึงเป็นโศกนาฏกรรมของชีวิต ซึ่งความฝันกับความเป็นจริงได้หลอมเข้าด้วยกันเสียจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นความจริง อะไรเป็นการหลงหลอน อะไรเป็นสิ่งทรงค่า อะไรเป็นส่งไร้ค่า และซึ่งในด้านหนึ่งแล้วก็เป็นน้ำเสียงที่บ่งบอกจิตภายในของตัวผู้เขียนเองว่ามีแนวโน้มที่จะนึกคิดไปเช่นนั้น อันได้แสดงออกมาในบั้นปลายชีวิตของเขา

นักวิจารณ์คนสำคัญผู้หนึ่งของรัสเซียในยุคนั้นได้เขียนวิจารณ์ถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ไม่มีงานเขียนอื่นชิ้นใดของโกโกลที่จะอัดแน่นความตลกไว้มากเท่า ‘บันทึกของคนบ้า’ และกระนั้นก็ยังเป็นงานโศกนาฏกรรมที่รันทดยิ่ง”

ข้อมูลหนังสือ

  • บันทึกของคนบ้า
  • แปลจากหนังสือ: The Diary of a Madman
  • ผู้เขียน: Nikolai Gogol
  • ผู้แปล: ดลสิทธิ์ บางคมบาง
  • สำนักพิมพ์: คมบาง
  • จำนวนหน้า: 72 หน้า ปกอ่อน
  • พิมพ์ครั้งที่ 2 — ตุลาคม 2557
  • ISBN: 9786167787107