มิยาโมโต้ มูซาชิ คือจอมดาบอัจฉริยะ เขาผ่านการต่อสู้ที่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันกว่า 60 ครั้งและไม่เคยแพ้แม้แต่เพียงครั้งเดียว

บทเรียนสำคัญที่สุดที่คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้จากมูซาชิได้ คือ ‘ความสามารถในการรบชนะ’ ซึ่งแน่นอน มิใช่สิ่งที่จะได้มาเพราะโชคช่วยดังที่มูซาชิกล่าวว่า “จงเคารพบูชาพระเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์
แต่จงอย่าขอร้องอ้อนวอนให้ท่านช่วย”

ในวิถีดาบ ความบังเอิญไม่เคยดำรงอยู่ ยุคสมัยที่มูซาชิมีชีวิต เป็นยุคที่บ้านเมืองวุ่นวายโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง การมีชีวิตรอดในห้วงเวลาเช่นนั้นเป็นกระบวนการเดียวกันกับการฝึกฝนตนเองให้ฉลาดและเข้มแข็ง มูซาชิฝึกฝนตนเองจนขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิชาดาบ ก่อนจะนำไปประยุกต์ใช้กับศิลปะแขนงอื่นๆ ทั้งการวาดภาพ แกะสลัก และจัดดอกไม้

ใช่หรือไม่ว่า ปัจจุบัน พวกเราล้วนมีชีวิตอยู่ในยุค ‘อภิมหาโกลาหล’ เช่นนั้น ไฉนเราจึงไม่หันมาศึกษาวิถีของคนที่เคยผ่านยุคสมัยโกลาหลมาอย่างองอาจ หฤหรรษ์ สง่างาม และเป็นอิสระ ดังที่มูซาชิกล่าวไว้ใน คัมภีร์ห้าห่วง ว่า “จงแสวงหาวิธีที่จะเปล่งพลังและศักยภาพของตัวเองออกมาจนถึงขีดสูงสุด จงอย่ากลัวการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว การฝึกฝนตนเองนั้นไม่มีที่สิ้นสุด และจงต่อสู้เมื่อคิดว่าจะชนะ”

ในสงครามใหญ่ สมรภูมิจึงมิใช่สนามรบเบื้องหน้า หากทว่าเป็นสนามในจิตใจของผู้คนที่ยากจะหยั่งถึง การชนะสงคราม นอกจากเพลงดาบและไหวพริบแล้ว บ่อยครั้งก็เป็นเรื่องของการหยั่งใจผู้คน ทั้งฝ่ายตนและฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่น่าแปลกที่นอกจากเพลงดาบแล้วซามูไรจำต้องฝึกฝนจิตใจอย่างเคร่งครัด ดาบและใจต้องผสานกันอย่างกลมกลืนจนกลายเป็นหนึ่งเดียว เฉกเช่นซามูไรที่ชื่อ มิยาโมโต้ มูซาชิ

อ่าน "มูซาชิ" ปกใหม่ Design Edition เพื่อฝึกฝนตนเองสู่ชัยชนะ

ข้อมูลหนังสือ

  • มูซาชิ (Design Edition)
  • ผู้เขียน: สุวินัย ภรณวลัย
  • สำนักพิมพ์: openbooks
  • จำนวนหน้า: 720 หน้า ปกแข็ง
  • พิมพ์ครั้งที่ 2 — ตุลาคม 2559
  • ISBN: 9786167347592