ลุงทอมและครอบครัวเป็นทาสผิวดำที่ทำงานอยู่ในไร่ของตระกูลเชลบีซึ่งมีเมตตาต่อคนงานทุกคน แต่เพราะปัญหาทางการเงินทำให้เจ้านายต้องตัดสินใจขายลุงทอมและลูกชายของทาสสาวชื่อเอลิซากับแฮรี่เพื่อใช้หนี้  สามคนพ่อแม่-ลูกต้องผจญภัยแสนสาหัสจากการตามล่าของนายทาส แล้วได้รับความช่วยจากขบวนการใต้ดินช่วยเหลือ “ทาสที่หลบหนี” ไปสู่อิสรภาพที่ประทศแคดานา

ระหว่างการเดินทางไปกับนายหน้าค้าทาส ลุงทอมได้ช่วยอีแวนเจลีนจากการจมน้ำไว้ เด็กหญิงจึงรบเร้าขอให้พ่อช่วยซื้อลุงทอมจากนายหน้าค้าทาส ลุงทอมจึงได้มาอยู่กับนายใหม่อย่างมีความสุข ระหว่างนี้ป้าโคลภรรยาของลุงทอมก็ได้เพียรพยายามเก็บเงินเพื่อช่วยไถ่ตัวลุงทอม แต่แล้วนายใหม่ประสบอุบัติเหตุ  ภรรยาของเขาตัดสินใจขายทาสทุกคน  ลุงทอมถูกขายไปให้ลีกรีเจ้าของไร่ฝ้ายผู้โหดร้าย เมื่อยอร์ชลูกชายของตระกูลเชลบีโตเป็นหนุ่มก็ออกตามหาตัวลุงทอมเพื่อไถ่ตัวคืนพากลับมาอยู่ด้วยกัน  แต่ . . . . .

 

กระท่อมน้อยของลุงทอม 


กระท่อมน้อยของลุงทอม นวนิยายเรื่องแรกของแฮเรียตบีชเช่อร์สโตว์ซึ่งลงพิมพ์เป็นตอนๆต่อกันในปี 1851 และ 1852 ในหนังสือพิมพ์ The National Era ซึ่งต่อต้านการมีทาส  เดิมนิยายเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า “The Man That Was A Thing” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “Life Among the Lowly”  ต่อมาได้รวมพิมพ์เป็นเล่มในปี 1852 นวนิยายเรื่องนี้ถือเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจของเธอต่อกฎหมายไล่ล่าทาสที่หลบหนีและเชื่อกันว่ามีส่วนกระตุ้นให้นำไปสู่สงครามกลางเมืองระหว่างรัฐฝ่ายเหนือและรัฐฝ่ายใต้ในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1861-1865 กระท่อมน้อยของลุงทอมถือเป็นนิยายขายดีของศตวรรษที่ 19 ปีแรกที่ตีพิมพ์สามารถขายได้ถึง 300,000 เล่มเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาแห่งเดียวภายในเวลาห้าปีหนังสือมียอดขายถึง 500,000  เล่มและแปลเป็นภาษาต่างๆมากกว่า 20 ภาษาสำหรับฉบับภาษาไทยได้เคยมีผู้แปลลงเป็นตอนๆ  ในหนังสือเสนาศึกษารายเดือนแต่ไม่จบต่อมาอ. สนิทวงศ์ได้นำมาแปลจนครบบริบูรณ์และใช้ชื่อเดียวกันกับนักแปลท่านแรกว่ากระท่อมน้อยของลุงทอม 

ปฏิกริยาตอบรับต่อหนังสือเล่มนี้มีทั้งชื่นชมและโจมตี  ส่วนใหญ่ผู้ที่สนับสนุนเรื่องการมีทาสจะวิจารณ์ว่าเธอไม่เคยไปเห็นไร่เพาะปลูกจริงๆแต่เธอแย้งว่าตนได้รับคำบอกเล่าโดยตรงมาจากทาสที่หลบหนีมาสมัยอยู่ที่ซินซินแนติได้เห็นเรือค้าทาสที่สามีภรรยาและพ่อแม่ลูกต้องถูกพรากจากกันโดยเธอได้เขียนหนังสือขึ้นอีกเล่มหนึ่งชื่อ The Key to Uncle Tom’s Cabin เพื่อเป็นการอธิบายและสนับสนุนหลักฐานเรื่องความเลวร้ายของการค้าทาส

 เธอเคยเดินทางท่องเที่ยวยุโรปอยู่หลายครั้งและเขียนหนังสือรวมทั้งก่อตั้งชมรมอีกหลายชมรมนอกจากชื่อจริงแล้วเธอยังใช้นามปากกา  คริสโตเฟอร์โครว์ฟิลด์เธอเขียนหนังสือรวม 30 เล่มในรูปแบบนิยายบันทึกการเดินทางสามฉบับและรวมผลงานในรูปความเรียงและจดหมายเรื่องสำหรับเด็กเรื่องสั้นและบทกวีทางศาสนางานในยุคหลังๆของเธออย่างเช่น The Minister’s Wooing  (1859) The Pearl of Orr’s Island (1862)  Oldtown Folks (1869) เป็นการศึกษาทางจิตวิทยาและจิตวิญญาณ

เธอถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1896 ณเมืองฮาร์ตฟอร์ตรัฐคอนเนคทิคัตเมื่อมีอายุได้ 85 ปี

ข้อมูลหนังสือ

  • กระท่อมน้อยของลุงทอม
  • แปลจากหนังสือ: Uncle Tom's Cabin
  • ผู้เขียน: Harriet Beecher Stowe
  • ผู้แปล: อ. สนิทวงศ์
  • สำนักพิมพ์: ทับหนังสือ
  • จำนวนหน้า: 664 หน้า ปกแข็ง
  • พิมพ์ครั้งที่ 9 — กันยายน 2559
  • ISBN: 9786164230101