เมื่อชีวิตขยับใกล้ความตายมาทุกทีอายุเลยวัยกลางคน สังขารทั้งหลายเริ่มเสื่อม ตาเริ่มยาว หลังเริ่มปวด เรี่ยวแรวถดถอย พ่อแม่ตาย ลุงป้าน้าอา เพื่อน รุ่นน้อง คนอายุไล่เลี่ยกันเริ่มมีอันเป็นไปทั้งที่แต่ก่อนไม่มีแบบนี้

สิ่งที่เราทำได้และต้องทำ คือเตรียมตัวนับถอยหลังผมเริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าตายพรุ่งนี้ ยังมีอะไรที่ต้องห่วงอีกบ้างมีอะไรที่ติดค้าง ยังไม่ได้ทำ ทบทวนอยู่นานพอสมควร จนมาถึงขณะนี้สิ่งหนึ่งที่อยากทำ คืออยากเขียนอะไรไว้บ้างดีไม่ดี อย่างน้อยก็มีหนังสือเอาไว้แจกในงานศพตัวเอง ชีวิตนี้อนิจจัง จะตายวันตายพรุ่ง ไม่มีใครรู้หากผมตายใกล้ๆ นี้

หนังสือเล่มนี้ก็จะเป็นเครื่องบรรณาการแก่ท่านที่ไปงานศพหากโชคดียังไม่ตาย ก็จะเป็นมรณานุสติ เตือนใจให้นึกถึงความตายและใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไม่ประมาท

ทุกท่านที่รักผมไม่ใข่คนใหญ่คนโต มีอำนาจอิทธิพลอะไรเกิดมาแล้วก็จะผ่านไปตัวท่านเองจะผ่านเลยไปโดยไม่สนใจกับข้อเขียนนี้ก็ได้แต่หากบังเอิญผ่านมาถึงบรรทัดนี้ผมอยากขอให้ท่านพิจารณาว่า ชีวิตที่เรามา มาแต่ตัว จากไป ก็เอาอะไรไปไม่ได้ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ ทำไมเราจะใจจืดใจดำไม่เหลียวมอง เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ หากท่านมีโอกาสมากกว่าใครเขาโปรดตัดใจหรือเต็มใจก็ตาม แบ่งปันให้เขาบ้างเขาก็มีหัวใจ มีชีวิต ต้องการความรักเหมือนกันกับเราสุดท้าย ขออนุญาตอวยพรท่านให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีสติ มีความทุกข์ที่เบาบางหรือไม่มีเลย และไม่ติดอยู่ในกับดักของโลกธรรม (๘)

วรา จันทร์มณี

ข้อมูลหนังสือ