สิบปีผ่านไป หนังสือเล่มนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ครั้งที่ 3 เว้นระยะจากการตีพิมพ์ครั้งแรก 10 ปีพอดี

ภายใน 10 ปี คงมีนวนิยายรักออกมามากมาย สำหรับนักอ่านที่ได้เคยอ่านนวนิยายเรื่องนี้แล้ว สำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดเชื่อว่า 8 1/2 ริกเตอร์ คงได้เข้าไปนั่งในใจนักอ่านหลายต่อหลายท่านแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมาก่อน สำนักพิมพ์เชื่อว่า ท่านคงได้สัมผัสถึง 'รักแท้' ที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เต็มความหมายของบรรทัดในนวนิยายเรื่องนี้

"ฉันหมายความว่าคุณรู้แน่แก่ใจได้อย่างไรว่าคนรักของคุณ เธอเกิดมาเพื่อคุณ หรือคุณเกิดมาเพื่อเธอ และคุณทั้งสองเกิดมาเพื่อเป็นคนรักซึ่งกันและกัน อย่าเข้าใจผิดว่าฉันกำลังตกอยู่ในความคิดอันเพ้อฝัน ฉันเพียงแต่นึกถึงจดหมายของ ซายาโกะ โคมูระ ที่มีถึง ร้อยโทฮารุ คาเมจิ หลังจากที่ฉันอ่านมันจบฉันก็ไม่อาจสลัดการครุ่นคิดถึงมันได้ ข้อความในจดหมายนั้นได้แสดงถึงอุดมคติแห่งยุคสมัยที่ฉันไม่รู้จัก เป็นยุคสมัยที่ความรักเป็นเรื่องจริงจังและทรงคุณค่า เป็นยุคสมัยที่ผู้คนแสวงหาคนรักและศรัทธาต่อความรัก เป็นยุคที่ความรักสามารถนำมาทุกสิ่งและสามารถนำไปซึ่งทุกสิ่งได้เช่นกัน ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงจดหมายฉบับนั้น สมองของฉันจะหมุนวนราวกับถูกปั่นกลับไปสู่อดีต เป็นอดีตที่ลึกซึ้ง หอมหวาน และรื่นรมย์ ในยุคปัจจุบันนี้จะมีใครอีกเล่าที่ยอมตายเพราะความรักหรือเพื่อคนรักในปัจจุบันความรักไม่ต่างจากกระดาษคลีเน็กซ์ที่เราทิ้งมันเมื่อหมดความต้องการ และดึงแผ่นใหม่ขึ้นใช้เมื่อถึงเวลา ความรักกลายเป็นบรรยากาศสลัวๆ และจอมปลอมที่ปรากฏอยู่ในบทเพลง ละครโทรทัศน์ และะภาพยตร์ ไม่ใช่ในชีวิตจริง ความรักเป็นอากาศเบาบางที่ลอยล่องอยู่ในพิพิธภัณฑ์โบราณที่ไหนสักแห่ง ไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้ฉันอยากย้อนอดีตกลับไปเท่ากับการได้สัมผัสจดหมายฉบับนั้นฉันถึงกับวิงวอนว่า ขอให้ฉันได้อยู่ในยุคสมัยเช่นนั้นเถิด ได้มีความรักเช่นนั้นเถิด ได้มีความรักเช่นนั้นเถิด ไม่ว่าผลลัพธ์ภายหลังมันจะให้ความทุกข์ระทมปวดร้าวสักเพียงใด มันก็ยังทรงคุณค่ามากกว่าการเป็นมนุษย์ที่มีเพียงโครงกระดูกยันร่างเช่นปัจจุบันนี้"

ตัวละครฝ่ายไทยตัวเอกของเรื่องหนึ่ง ได้รำพึงถึงความรักของตัวละครภายในเรื่อง และสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดก็คิดว่า นักอ่านได้ตระหนักเหมือนที่เราเคยตระหนักมาแล้ว

"ความรักก็คล้ายแผ่นดินไหว เราจะรับรู้ผลของมัน ได้เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนผ่านไป"

(คำนำสำนักพิมพ์)

ข้อมูลหนังสือ