นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ หลับตาคราใด ก็ยังมองเห็น ขอบทะเลอ่าวไทย ที่ผมผ่านคลุกคลีมาเกือบครึ่งค่อนชีวิต ยังทันเห็นการกัดเซาะ ขอบทะเลชายฝั่งขุนสมุทรจีน เวิ้งอ่าวไทย ฟากทิศตะวันตก ห่างกันเพียงสี่ห้าปี คลื่นทะเลก็ทำลายป่าทะเลอ่าวไทยนับหลายตารางกิโลเมตร ชาวบ้านต้องถอยร่น ผู้ใหญ่บ้านยามนั้น อพยพห่างฝั่งเข้ามาในแผ่นดินมากยิ่งขึ้น เธอตั้งพิพิธภัณฑ์ ถ้วยโถโอชาม ที่ขุดค้นได้ ไว้ในบ้าน นัยว่า เพื่อแสดงเรื่องราวความน่าจะเป็นของท่าเรือขนส่งสินค้า ในสมัยโบราณ หรือไม่ เรือขนส่งสินค้า น่าจะมาอับปางลงที่นี่ ผมเคยสัมผัสซากบ้านเรือนราษฎร วังน้ำเลี้ยงปูปลา ชาวประมงแถบชายฝั่ง ถูกพายุพัดพังระเนระนาด โอ่งใส่น้ำจืด ขนาดพันลิตร สองพันลิตร สำหรับดื่มใช้ในครัวเรือน ตั้งอยู่ตามชายคนบางจาก ถูกคลื่นพาน้ำทะเลเข้ามาผสม บ้านเรือนหลังโอ่อ่า ตั้งอยู่ชายขอบตลิ่ง ถูกแรงลม พัดพังยับเยิน เจข้าของต้องโยกย้าย หนีเอาชีวิตรอด เกินกว่าจะรักธรรมชาติ และความสงบเงียบในละเมาะไม้ ริมชายฝั่ง ผมเคยนั่งเรืออีแปะ หรือไม่ก็เรือเป็ด ผ่านไปทางท้องลำคลองลึก ออกสู่ทะเลกว้าง ดูการทำประมงแถบชายฝั่ง หาหอยแมลงภู่กลางทะเลอ่าวไทย และท่าจอดเรือน้ำลึก บริเวณปากอ่าว ท่ามกลางเรือเดินทะเลขนาดยักษ์จอดเรียงราย ทิ้งสมออวดความเป็นมหาอำนาจทางทะเล นั่นคือภาพความลงจำ เรื่องราว ที่มาของพายุตะวันตก ... พายุตะวันตก ที่ชัดกระหน่ำฝั่งทะเลอ่าวไทยไม่เลิกรา และนับวัน มันเหมือนจะกัดเซาะเข้ามาในแผ่นดินไทยมากขึ้นทุกขณะ เป็นแนวคิดแนวเขียน ก่อน จากการทำงานในฝั่งทะเลตะวันตก สู่ถิ่นบ้านเกิดลุ่มแม่น้ำปิง อำเภอสามเงา จังหวัดตาก

ข้อมูลหนังสือ