มีปัญหาหนึ่งที่เราพบเจอได้ทั้งในหน่วยงานราชการ ในโรงเรียน
หรือแม้แต่ในครอบครัว ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับทุกคนในทุก
ประเทศทั่วโลก และต้องใช้เวลานานหลายปีกับเงินนับพันล้าน
ดอลลาร์ในการพยายามแก้ไข บริษัทยักใหญ่จำนวนมากต้อง
ต่อสู้กับปัญหานี้ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างพากันหวาดหวั่น
ส่วนบรรดาผู้ประกอบการก็พยายามศึกษาหาวิธีแก้ไข อันที่จริง
แล้ว ขณะที่คุณกำลังอ่านประโยคนี้ ปัญหาดังกล่าวก็ท้าทาย
ผมอยู่เช่นกัน มันเป็นปัญหาใหญ่ที่พบได้ทุกที่ และผมก็ไม่คิด
ว่ามันจะคลี่คลาย ตัวอย่างของปัญหาดังกล่าวมีดังนี้

-ครูสั่งการบ้านแต่นักเรียนไม่ยอมทำ
-หัวหน้าไม่สามารถทำให้ลุกทีมขยันขึ้นหรือทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
-พนักงานสอบสวนเค้นความจริงจากผู้ต้องหาไม่ได้
-พนักงานขายโน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มไม่ได้
-แพทย์ทำให้ผู้ป่วยยอมปฏิบัติตามแผนการรักษาไม่ได้
-พ่อแม่ไม่สามารถกระตุ้นให้ลูกๆ ประพฤติตัวดีได้
-ผู้ประกอบการจูงใจนักลงทุนให้เชื่อในแนวคิดของพวกเขาไม่ได้
-องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชักชวนให้ผู้คนบริจาคเงินไม่ได่
-เซียนโป๊กเกอร์หลอกล่อคู่แข่งให้วางเดิมพันหนักๆ ไม่ได้
-ผู้นำทางศาสนาทำให้คนหันมาศรัทธาไม่ได้
-นักเจรจาทำให้คู่กรณีแต่ละฝ่ายยอมอ่อนข้อให้กันไม่ได้

ว่าแต่ปัญหาที่น่าหนักใจที่สุดในโลกนี้คืออะไรกันล่ะ
คำตอบก็คือ การจูงใจให้คนอื่นทำตามที่เราต้องการไม่ได้นั่นเอง
ถ้าเราแก้ไขปัญหานี้ได้ชีวิตเราก็จะราบรื่นกว่าที่เป็นอยู่
มาก เราจะช่วนให้พ่อแม่กระตุ้นลูกๆ และผลักดันให้พวก
เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ช่วยให้ครูดูแลนักเรียนไปพร้อมๆ กับ
สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา หรือช่วยให้แพทย์จูงใจผู้ป่วยให้
ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้น และนั่นคงจะทำให้โลกใบ
นี้น่าอยู่มากขึ้นไม่น้อย
ถ้าอยากทำเรื่องใหญ่ให้ประสบความสำเร็จ คุณก็ต้องมี
คนคอยสนับสนุน ถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะคงอยู่
ตลอดไป หรือทำ "คุณประโยชน์ที่เที่ยงแท้และยั่งยืน" ดังคำ
กล่าวของแอนดรูว์ คาร์เนกี คุณก็ต้องรวบรวมกลุ่มคนที่พร้อม
จะก้าวเดินไปกับคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากสร้างธุรกิจ ก่อตั้งองค์กร
ไม่แสวงหาผลกำไร สร้างครอบครัว ถ่ายทำภาพยนตร์ เขียน
หนังสือ หรือแม้แต่ไปเหยียบดาวอังคาร คุณจะไม่มีทางทำ
สำเร็จได้ด้วยตัวเองคนเดียว ดังนั้น ถ้าอยากทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้
สำเร็จละก็ คุณต้องรู้วิธีจูงใจผู้คนเสียก่อน

ข้อมูลหนังสือ