คุณเชื่อว่าผีมีจริงมั้ยครับ หรือเคยฟังเรื่องผีหรือจิตวิญญาณแล้วชวนให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เวลาเดินผ่านที่มืดบ้างหรือเปล่า

ผมคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผี ไม่กลัวผี และไม่คิดว่าจะมีผีอยู่จริงๆ เพราะตอนเป็นเด็กพ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้ลูกกลัวผี ไม่เล่าเรื่องผีให้ลูกฟัง ไม่เคยหลอกผีลูก ผมและพี่ๆ จึงมีภูมิคุ้มกันผีทุกชนิด ไม่ว่าผีไทย ผีเทศ ผีจีน ผีฝรั่ง หรือผีชาติไหนๆ เราสามคนพี่น้องก็ไม่กลัว ผมไม่กลัวผี ตราบจนวันที่ผมไปนอนบ้านย่าในคืนหนึ่ง คืนที่ผมได้ยินเสียงแปลกๆ ในยามดึกท่ามกลางความเงียบสงัด

ภายในมุ้งเก่าๆ ที่พลิ้วไปมาพร้อมแขกยามวิกาลที่มิได้รับเชิญ แล้วย่าก็ได้เล่าเรื่องราวอันชวนพิศวงของย่าให้หลานได้ฟังตั้งแต่ครั้งนั้นเช่นกัน เรื่องราวที่ย่าประสบพบเจอมาในชีวิตช่างน่าสนใจจนเราไม่กล้าลุกไปไหน ส่วนเรื่องราวของผมก็ทำให้ย่าสนใจมิใช่น้อย เรื่องราวของย่าและหลานได้ร้อยต่อสลับกันไปเหมือนสร้อยเก่าๆ เส้นหนึ่งในอดีตที่ย่ารักและหวงที่สุด เรียงสลับสีสันกันไปทีละเม็ดๆ จนมาบรรจบกัน

ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่ย่าเล่าจะจริงแท้เพียงใด อาจเป็นเรื่องจริงหรือหลอกให้เราไม่ดื้อหรือซนในวัยเด็ก หรืออาจเพื่อความบันเทิงรื่นเริงใจเท่านั้น เมื่อโตขึ้น ผมแทบจะลืมเรื่องเล่าต่างๆ ของย่าและเรื่องบางเรื่องของผมในวัยเด็กไปนานแล้ว จนกระทั่งมีใครบางคนได้มาพบย่าเมื่อปีกลาย ผมจึงได้ปะติดปะต่อเรื่องผีที่ย่าเล่าให้ผมและหลานๆ ฟังในวัยเด็กมาไขความลับที่ย่าเก็บไว้ในความทรงจำอันยาวนานราว 87 ปี ว่าเรื่องที่ย่าเล่านอกจากจะมีความน่ากลัวแล้ว มันยังคลุกเคล้าไปด้วยความรัก ความผูกพัน และการรอคอยอันยาวนาน

เรื่องของผมและเรื่องของย่า สองคนสองวัย เรื่องต่อเรื่อง เล่าต่อเล่าวิญญาณต่อวิญญาณ ผสมกลิ่นอายของอดีตและเหตุการณ์ปัจจุบันไปด้วยกันอย่างน่าสนใจ เรื่องของใครจะสนุกกว่ากัน คุณเท่านั้นที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ข้อมูลหนังสือ