ในปี 1930 ช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงในสหรัฐฯ สเกาท์ เด็กหญิงกำพร้าแม่วัย 6 ขวบอาศัยอยู่กับพ่อ ซึ่งเป็นทนายความวัยกลางคน กับเจ็ม พี่ชาย ในเมืองเมย์คอมบ์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในรัฐแอละแบมา ทางภาคใต้ของสหรัฐฯ สองพี่น้องกับเพื่อนชื่อดิลล์ ทั้งสนใจอยากรู้และหวาดกลัวเพิ่อนบ้านผู้ลึกลับ ชื่อ อาร์เธอร์ แรดลีย์ หรือบู ซึ่งแทบไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็น ในขณะที่พวกผู้ใหญ่ก็ไม่เต็มใจพูดถึงเขา ทำให้พวกเด็กๆ พากันแต่งเติมจินตนาการของตนเกี่ยวกับบู และคิดหาทางล่อให้บูออกมาปรากฏตัว

แอตติคัส ฟินช์ พ่อของสเกาท์และเจ็ม ได้รับแต่งตั้งจากผู้พิพากษาให้เป็นทนายแก้ต่างให้ ทอม โรบินสัน หนุ่มผิวดำที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนหญิงผิวขาวคนหนึ่งชื่อ เมย์เอลลา ยูเวลล์ แม้ชาวเมืองเมย์คอมบ์จำนวนมากจะไม่เห็นด้วย แต่แอตติคัสก็ตกลงรับทำงานนี้ ทำให้ลูกๆทั้งสองถูกเด็กคนอื่นๆ ล้อเลียนที่พ่อไปช่วยคนผิวดำ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน To Kill a Mockingbird

 

ภาพโปสเตอร์ฉบับภาพยนตร์จากเว็บไซต์ IMDb.com


วรรณกรรมเพื่อมนุษยชาติ ที่พิชิตรางวัลพูลิตเซอร์

"ยิงนกบลูเจย์ได้ตามใจเลย ถ้ายิงมันถูกได้ แต่จำไว้ว่ามันเป็นบาป หากจะฆ่านกม็อกกิ้งเบิร์ด"

ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด เป็นเรื่องราวของอคติ การรังเกียจคนต่างผิว การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และการสูญเสียความไร้เดียงสาผ่านสายตาของเด็กหญิงคนหนึ่ง บุตรสาวทนายความในเมืองเล็กๆ ในภาคใต้ของสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1930

ด้วยภาษาง่ายๆ ของ ฮาร์เปอร์ ลี ซึ่งทั้งสร้างความอบอุ่น แฝงอารมณ์ขัน และในขณะเดียวกันก็บีบคั้นหัวใจ จนต้องหลั่งน้ำตาท่วมท้นใจ ดังที่หนังสือพิมพ์ Independent กล่าวชื่นชมไว้ว่า "ไม่มีใครลืมหนังสือเรื่องนี้ได้ลง"

ข้อมูลหนังสือ