สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) วรรณกรรมอมตะทรงคุณค่าที่สมบูรณ์ที่สุด

  • จัดพิมพ์ในรูปแบบปกแข็งกำมะหยี่พร้อมกล่องบรรจุ
  • ตัวเล่มพิมพ์ขนาด 23 x 28 ซม. ปั๊มทองและทาทองรอบตัวเล่ม
  • ภาพประกอบในเล่มสร้างสรรค์โดย โอม รัชเวทย์ 

 

ถึง 'สามก๊ก' จะเป็นเรื่องจีนที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แปลเมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่คนไทยยุคนี้ก็รู้จักเรื่อง 'สามก๊ก' ไม่น้อยไปกว่า 'พระอภัยมณี' หรือ 'ขุนช้างขุนแผน' ที่เป็นไทยแท้ๆ

รู้จักในที่นี้คือ รับรู้ว่ามีอยู่ รับรู้ว่าดี แต่ถ้าถามว่าอ่านหรือยัง คำตอบมักจะเป็นทำนองว่า ตั้งใจจะอ่านอยู่บ้าง ยังหาเวลาไม่ได้บ้าง เพราะเล่มมันหนา บ้างก็บอกอ่านแล้ว แต่เป็นฉบับย่อ ฉบับถอดความ ฉบับกลยุทธ์ ฉบับวนิพก ฯลฯ ซึ่งหนังสือเล่มหนึ่ง ถ้าสามารถแทงหน่อแตกยอดได้มากมายขนาดนี้ ต้องเป็นหนังสือดีแน่นอน

แต่จะหาคนอ่านฉบับเต็มๆ ที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แปลนั้น ดูจะมีจำกัด ซึ่งว่าไปก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ด้วยวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับเทคโนโลยีทุกวันนี้มีเรื่องราวข่าวสารให้สนใจมาก จะอ่าน 'สามก๊ก' ฉบับนี้จึงต้องอาศัยทั้งความตั้งใจ สมาธิ และเวลาไม่น้อย การอ่านฉบับที่มีคนวิเคราะห์แยกแยะมาแล้วดูจะเป็นหนทางที่น่าจะถูกจริตมากที่สุด แต่การวิเคราะห์ตีความนั้นก็เป็นเพียงมุมมองของผู้เขียนแต่ละท่านเท่านั้น ซึ่งถ้าเราไม่ได้อ่านฉบับดั้งเดิม จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างก็คงไม่สนิทใจ

การอ่านแบบนี้จึงเป็นการอ่านที่ได้ความ แต่ยังขาดรส โดยเฉพาะรสของภาษา

แล้วภาษาใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ดีอย่างไร ประเด็นหนึ่งที่รับรู้กันมาเนิ่นนานก็คือ 'สามก๊ก' เป็นที่สุดของการพรรณนาโวหาร มีการใช้ภาษาที่งดงาม เป็นเหมือนเพชรยอดมงกุฎของงานร้อยแก้ว ถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

จริงอยู่ที่ว่าการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็เป็นการเปลี่ยนเพียงรูปแบบ ทว่าความงามของคำและน้ำเสียงยังคงเดิม ดังนั้นผู้ที่อ่าน 'สามก๊ก' อย่างเข้าใจและเข้าถึง จะเป็นการเติมองค์ความรู้ในเรื่องของ “คำ” ที่เราสามารถหยิบจับมาใช้ได้อย่างใจ เต็มไปด้วยความหมายและทรงพลัง ทั้งยังสามารถรักษาความงามความถูกต้องของภาษาไทยเอาไว้ได้อย่างไม่ตกหล่น เพราะการพรรณนาโวหารในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการใช้คำอย่างฟุ่มเฟือย แต่คือการรู้จักใช้อย่างรู้จักกาละในสิ่งที่ต้องการนำเสนอ

'สามก๊ก' จึงเป็นเหมือน “คลังคำ” ของภาษาไทยที่เมื่อเราซึมซับในรสของคำแล้ว รสความก็จะตามมา

บางทีการที่โบราณให้อ่าน 'สามก๊ก' มากกว่าหนึ่งครั้ง ก็คงหมายให้การอ่านครั้งแรกมุ่งไปที่การอ่านให้แตก อ่านให้คล่อง จะได้ซึมซับรับรู้ความงามของคำ จะเรียกว่าอ่านเอารสก็คงได้ ส่วนการอ่านครั้งต่อมาคือ การอ่านเอาเรื่อง เนื่องเพราะ 'สามก๊ก' มีลำดับเหตุการณ์ที่ซับซ้อน มีตัวละครมาก การอ่านในครั้งนี้จึงสะดวกขึ้นมาก

ที่สุดก็คือการอ่านครั้งที่สาม เป็นการอ่านแบบตั้งคำถามและนำมาวิเคราะห์ประยุกต์ใช้

วิธีการอ่าน 'สามก๊ก' อย่างนี้หรือเปล่าที่แต่โบราณใช้ ซึ่งถ้าใช่ ย่อมหมายถึงว่าวรรณกรรมเรื่องนี้ มิใช่เป็นเพียงเครื่องปรุงแต่งอารมณ์ หรือเครื่องมือให้ความบันเทิงแก่สังคมเท่านั้น แต่โดยเนื้อหากลับเป็นเสมอตำรานอกระบบ ที่ผู้คนจะใช้ศึกษาเพื่อเอามาใช้กับชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำราชการ เพราะ 'สามก๊ก' เต็มไปด้วยยุทธศาสตร์ยุทธวิธี ทั้งในเรื่องการบริหาร การปกครอง และที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการทหาร

'สามก๊ก' จึงเป็นเสมือนอีกหนึ่งหลักสูตรของตำราพิชัยสงคราม ที่นักการทหารแต่โบราณของไทยศึกษาและนำเอามาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาบ้านรักษาเมือง ซึ่งปรากฏหลักฐานอยู่ในวรรณคดีไทยหลายต่อหลายเรื่อง

แม้ในปัจจุบัน 'สามก๊ก' ก็ยังคงมีความสำคัญในแง่ของการบริหารการปกครองคน ซึ่งมักถูกหยิบยกเอามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เห็นว่าหนังสือ 'สามก๊ก' นี้มีบทบาทต่อสังคมไทยต่อเนื่องยาวนาน

'สามก๊ก' จึงเป็นดั่งหนังสือประจำบ้านที่สามารถหยิบจับเอามาอ่านได้บ่อย จะละเลียดอ่านทีละเล็กละน้อย หรืออ่านแบบจริงจังก็ได้ทั้งสิ้น

ด้วยตระหนักถึงประโยชน์ในข้อนี้ ทางสำนักพิมพ์จึงเห็นควรนำเอา สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มาจัดพิมพ์อีกครั้งด้วยการรักษาสำนวนภาษาเดิม ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือภาพประกอบให้เข้ากับทุกตอนเป็นจำนวน ๘๔ ภาพ โดยฝีมือวาดของ 'โอม รัชเวทย์' ที่จะทำให้การอ่านมีความรื่นรมย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งการตีพิมพ์ในครั้งนี้ได้รวมทุกตอนเข้าไว้เป็นเล่มเดียว แน่นอนแม้หนังสือจะมีรูปเล่มที่หนาหนัก แต่ก็มีความเป็นเอกภาพ

ถ้าชีวิตอนุญาตให้อ่านหนังสือได้เพียงหนึ่งเล่ม ก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเล่มนี้...สามก๊ก

ข้อมูลหนังสือ

  • สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
  • แปลจากหนังสือ: 三國演義
  • สำนักพิมพ์: อมรินทร์
  • จำนวนหน้า: 1112 หน้า ปกแข็ง
  • พิมพ์เมื่อ: มีนาคม 2559
  • ISBN: 9786161809294