เมื่อลมหนาวมาเยือน พร้อมกับฤดูกาลแห่งความสุขของเทศกาลคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา ใครต่อใครต่างตั้งหน้าตั้งตารอบรรยากาศแห่งความสุขสันต์ ยกเว้น...เจมส์! 
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากในสังคมของเราจะมีคนอย่างเอเบเนเซอร์ สครูจ อยู่มากมาย ชายชราผู้เป็นตัวแทนของคนที่เกรี้ยวกราด และไร้ศรัทธาในสันติสุข ความรัก ความกรุณา และความปราถนาดีต่อกัน แต่เมื่อเราคิดทบทวน คนอย่างเฒ่าสครูจล้วนมีจิตวิญญาณที่รวดร้าว ไม่ต่างจากเจมส์ ผู้จมอยู่กับความรู้สึกเกลียดชังตัวเองมานานนับสิบปี จนมันบดบังจิตใจอันงดงามซึ่งมีอยู่ในตัวทุกคน ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่แล้ว แมวข้างถนนตัวหนึ่งก็ได้ทำให้ชายข้างถนนคนนี้ ค้นพบความหมายของ “จิตวิญญาณแห่งคริสต์มาส” เราได้ย้อนกลับไปเฝ้ามองความทรงจำเกี่ยวกับคริสต์มาสของเจมส์ในอดีต และเห็นความเปลี่ยนแปลงของคริสต์มาสของเขาในปัจจุบันเมื่อบ๊อบก้าวเข้ามาในชีวิตเขา แล้วจิตวิญญาณของคริสต์มาสคืออะไร?
...อาจเป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยสีสันของแสงไฟระยิบระยับ สายรุ้ง คริสตัล และดวงดาวที่ประดับประดา กลิ่นหอมหวนของอาหารประจำเทศกาล กล่องของขวัญที่ห่ออย่างบรรจงด้วยกระดาษและโบว์สีสันสวยงาม อาจเป็นภาพของผู้คนที่ตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวต้อนรับคริสต์มาส หรือเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ทุกคนต่างมีให้กันอย่างง่ายดายในช่วงเวลานี้ ... 
จิตวิญญาณของคริสต์มาสอาจเป็นอะไรได้มากมาย แต่ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในคำหนึ่งคำคือ “การให้” เพราะคริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ทุกคนมอบความสุขให้แก่กัน ทั้งด้วยการระลึกถึง การมอบความรัก กำลังใจ และความช่วยเหลือ ภาพของสิ่งเหล่านี้ได้หลอมหัวใจดวงหนึ่งให้อ่อนโยนลง แล้วเจมส์ก็ซาบซึ้งถึงความหมายอันยิ่งใหญ่ของคริสต์มาสนั่นคือ การที่เขาได้เป็นฝ่ายให้ได้นำพาความสุขที่ทำให้หัวใจของเขาอิ่มเอิบ เป็นความสุขที่จะไม่มีวันมลายหายไป และนั่นคือ “ของขวัญจากบ๊อบ” แด่พวกเราทุกคนเช่นกัน

ข้อมูลหนังสือ