“ขอให้มีชีวิตอยู่ด้วยกัน” เรื่องจริงของเด็กๆ และครอบครัวในเหตุการณ์สึนามิแห่งประเทศญี่ปุ่น และการข้ามผ่านภัยพิบัติครั้งใหญ่ไปด้วยกัน

 

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 ภาพข่าวคลื่นยักษ์สึนามิ ณ ประเทศญี่ปุ่นสะท้อนอยู่ในดวงตาของใครหลายๆ คน สร้างความรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง น้ำทะเลปริมาณมหาศาลแผ่กว้างเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน กวาดเอาบ้านเรือนและรถราเข้าเป็นส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาไม่นานจากนั้น ภาพที่ปรากฏแทนกลับสร้างความตะลึงให้คนทั่วโลกในอีกแง่ การจัดการอันทรงประสิทธิภาพและระเบียบวินัยของผู้คนทำให้หลายต่อหลายคนอดเอ่ยปากชื่นชมไม่ได้ และลึกๆลงไปในใจก็เชื่อว่า หมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้จะก้าวผ่านภัยพิบัติครั้งใหญ่ไปได้อย่างแน่นอน

หากเปรียบภาพผ่านหน้าจอในเวลานั้นเป็นภาพระยะไกล ขอให้มีชีวิตอยู่ด้วยกัน ก็คือภาพระยะใกล้ เคน โมริ ผู้เขียนทำหน้าที่สื่อกลาง พาเราลงพื้นที่พบเจอผู้รอดชีวิต และพูดคุยรับฟังเรื่องราวเบื้องหลัง แต่ละถ้อยคำจากผู้คนในพื้นที่นอกจากสั่นสะเทือนใจหลายๆ คนแล้ว ในท่ามกลางความหม่นมืดและเจ็บปวดนั้นยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ 

ความห่วงใยในน้ำเสียงและแนวคิดของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก และถ้อยคำตะกุกตะกักในเรียงความของเด็กซึ่งเปล่งประกายสดใสเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวไปด้วยกัน อาจเป็นสิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้คนข้ามผ่านห้วงดีร้ายมาได้ คือพลังแห่งการคิดคำนึงถึงผู้อื่นทั้งใกล้และไกลนอกเหนือไปจากตัวเรา ผู้ใหญ่นึกถึงเด็กที่ยังต้องมีอนาคตอีกยาวไกล ส่วนเด็กก็นึกถึงผู้ใหญ่ ตระหนักว่าตนต้องเป็นตัวแทนดูแลผืนแผ่นดินต่อไป แต่ละคนไม่เพียงคิดว่าขอให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ แต่ยังภาวนาและพยายามในทุกลมหายใจให้ทุกคนได้ “มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยกัน” 

และนี่เอง อาจเป็นหัวใจที่ทำให้ดินแดนอาทิตย์อุทัยผ่านพ้นพิบัติภัยมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า หัวใจที่เราไม่ควรแค่ชื่นชม แต่อาจลองนำมาตรึกตรองดูบ้าง...แม้เพียงสักครั้งก็ตาม

ข้อมูลหนังสือ

  • ขอให้มีชีวิตอยู่ด้วยกัน
  • แปลจากหนังสือ: 「つなみ」の子どもたち
  • ผู้เขียน: Ken Mori
  • ผู้แปล: มารินา โคบายาชิ
  • สำนักพิมพ์: แพรวเยาวชน
  • จำนวนหน้า: 329 หน้า ปกอ่อน
  • พิมพ์ครั้งที่ 1 — มิถุนายน 2558
  • ISBN: 9786161805852